smart-batt-white-blackcha

กลายเป็นเซอร์ไพรส์สร้างความประหลาดใจสำหรับสาวก iPhone อีกครั้ง เมื่อแอปเปิลคลอดเคสซิลิโคนตัวใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมแบตเตอรีเสริมขนาด 1,877 mAh ฝังอยู่ภายในและดีไซน์สุดแปลกจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ถึงแนวคิดและการออกแบบแบตเตอรีเคสที่ไม่น่าเชื่อว่าแอปเปิลจะเป็นผู้ผลิต

ยิ่งเมื่อเกิดการเปรียบเทียบกับผู้ผลิตแบตเตอรีเคสรายอื่นในท้องตลาดที่วางจำหน่ายมาก่อนแอปเปิล เช่น Mophie กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งร้อนแรงมากขึ้น จนทีมงานไซเบอร์บิซอดใจไม่ไหวต้องตามหา iPhone 6s Smart Battery Case มาทดสอบเพื่อพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองว่าท้ายสุดแล้ว Smart Battery Case จะเป็นอุปกรณ์เสริมยอดแย่ส่งท้ายปีจริงหรือไม่ มาร่วมพิสูจน์ไปพร้อมกัน

การออกแบบและสเปก

IMG_3558IMG_3566

iPhone 6s Smart Battery Case ออกแบบมาเพื่อใช้กับ iPhone 6s และ iPhone 6 รุ่นหน้าจอ 4.7” เท่านั้น เนื่องจาก iPhone รุ่นดังกล่าวมีแบตเตอรีขนาดเล็กเพียง 1,715 mAh (6s) และ 1,810 mAh (6) แน่นอนว่าถ้าใช้งานทั่วไป อายุแบตเตอรีสามารถอยู่ได้ทั้งวันไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามผู้ใช้นำไปใช้งานนอกสถานที่ เช่น ไปทริปท่องเที่ยวระยะไกล หรือใช้เปิดแผนที่นำทางตลอดเวลา แบตเตอรี iPhone รุ่นนี้จะหมดลงอย่างรวดเร็วมาก

เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมด แอปเปิลจึงได้พัฒนา iPhone 6s Smart Battery Case ขึ้นมาในรูปแบบเคสซิลิโคนแบบดั้งเดิม พร้อมรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ไม่มีปุ่มกด ไม่ต้องซิงค์ เพียงผู้ใช้นำ iPhone เสียบลงไปที่เคส ระบบจะทำงานอัตโนมัติทันที

IMG_3562IMG_3564

มาดูในส่วนรูปทรงและสเปก iPhone 6s Smart Battery Case ด้านวัสดุภายนอกทั้งหมดเป็นซิลิโคน มีความหนืด จับกระชับมือ ไม่ลื่นเหมือนเคสหนัง ส่วนโครงสร้างเคสมีการออกแบบให้ขอบมีความแข็งแรง ป้องกันการตกกระแทกได้ดี ภายในเคสเป็นไมโครไฟเบอร์พร้อมพอร์ต Lightning

ด้านช่องไมโครโฟนและลำโพงถูกย้ายตำแหน่งมาอยู่บริเวณด้านหน้าของเคส (ใช้หลักการสะท้อนเสียง)

ส่วนสเปกแบตเตอรีในเคส แอปเปิลเลือกใช้แบตเตอรีแบบเดียวกับใน iPhone คือ Lithium-ion ความจุ 1,877 mAh 3.8V พร้อมชิปควบคุมพลังงานภายในที่ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ iOS 9.1 เป็นต้นไป

IMG_3559

มาดูเรื่องปุ่มกดและพอร์ตเชื่อมต่อรอบตัวเครื่อง เริ่มจากด้านล่างของเคสจะเป็นช่อง Lightning สำหรับเสียบสายชาร์จไฟ ส่วนด้านซ้ายมือจะถูกเจาะเป็นรูวงกลมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำแจ็คหูฟัง/Smalltalk 3.5 มิลลิเมตร เสียบเข้ากับพอร์ตที่ตัวเครื่องได้

IMG_3560IMG_3575

ด้านข้างจะมีการเจาะช่องสำหรับสวิตซ์เปิดปิดเสียงไว้ ส่วนปุ่มเพิ่มลดระดับเสียงด้านขวาและปุ่มเปิดปิดเครื่องด้านซ้ายจะมีการหล่อซิลิโคนปิดทับอยู่

IMG_3567IMG_3570

สำหรับการสวมใส่ iPhone เข้ากับ Smart Battery Case ทำได้ง่ายเพียงแค่นำส่วนท้ายของ iPhone ใส่ลงบริเวณส่วนบนของเคส (เป็นส่วนที่มีความยืดหยุ่นมากสุด สามารถหักงอได้) จากนั้นค่อยๆกดและดัน iPhone ลงในแนวตั้งจนโทรศัพท์ไหลเข้าล็อคแนบสนิทกับเคส

ส่วนวิธีการถอดเคสออก เพียงงอส่วนหัวของเคสลงมาจนเห็นตัว iPhone จากนั้นนำนิ้วกดด้านล่างหน้าจอพร้อมดัน iPhone ออกในแนวตั้งขึ้นไปเรื่อยๆ จน iPhone หลุดออกมา

การใช้งาน/สรุป

ขึ้นชื่อว่าเป็น Smart Battery Case เพราะฉะนั้นแอปเปิลจึงออกแบบให้ส่วนของซอฟต์แวร์ iOS 9.1 และฮาร์ดแวร์ให้ทำงานสอดประสานกันแบบอัตโนมัติ

charge-smart-batt-iphone

โดยเมื่อไอโฟนเชื่อมต่อกับเคส ที่แถบแจ้งเตือน (Notification) จะปรากฏสถานะแบตเตอรีของเคสขึ้นมา จากนั้นระบบจะปรับการดึงพลังงานจากไอโฟนให้ไปดึงพลังงานจากเคสแทน

ส่วนถ้าผู้ใช้ชาร์จไอโฟนเต็ม 100% อยู่แล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับเคส ระบบจะเรียกใช้พลังงานจากเคสก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อพลังงานในเคสหมดลง ระบบถึงจะเปลี่ยนไปดึงพลังงานจากตัวแบตเตอรีในไอโฟนตามปกติ

แต่ทั้งนี้อีกกรณีหนึ่งคือ ถ้าแบตเตอรี iPhone ถูกใช้ไปบางส่วน เมื่อเชื่อมต่อกับเคสแบตเตอรี พลังงานในเคสจะไหลไปชาร์จให้ iPhone จนเต็ม 100% (คล้ายกับกหลักการทำงานของ Power Bank)

จากนั้นเมื่อการชาร์จไฟเต็มแล้ว ระบบจะตัดระบบชาร์จไฟออกและเปลี่ยนสถานะเป็นแหล่งพลังงานหลักให้ iPhone จนเคสพลังงานหมดลง ระบบจะถูกปรับไปดึงไฟจากไอโฟนเหมือนปกติ

แต่ทั้งนี้ถ้าคุณใช้ iPhone จนแบตเตอรีหมด 0% และเชื่อมต่อกับแบตเตอรีเคสที่มีไฟเต็ม 100% ระบบจะชาร์จ iPhone ได้เพียงประมาณ 70-80% เท่านั้น ไฟในแบตเตอรีเคสจะหมดลง

IMG_0403

สำหรับการชาร์จพลังงานแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ

1.ชาร์จเฉพาะแบตเตอรีเคสอย่างเดียว – ทำได้โดยนำสาย Lightning กับอะแดปเตอร์ที่แถมมากับ iPhone เสียบเข้าที่พอร์ต Lightning ของเคส สังเกตไฟด้านในเคส (บริเวณไมโครไฟเบอร์ใต้โลโก้ iPhone) ถ้าเป็น สีส้ม แสดงว่าไฟยังไม่เต็ม ส่วนถ้าเป็น สีเขียว แสดงว่าไฟเต็ม 100% แล้ว

2.ชาร์จพร้อมกับ iPhone (ใช้เวลาชาร์จทั้ง iPhone และเคสจนเต็มประมาณ 2 ชั่วโมง) – ถ้าผู้ใช้เชื่อมต่อ iPhone และ Smart Battery Case ไว้ด้วยกัน ผู้ใช้สามารถชาร์จไฟทั้งเคสและไอโฟนได้พร้อมกันโดยเชื่อมต่อ Lightning เข้าไป จากนั้นหน้าจอล็อคสกรีนจะแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรีทั้งตัวเคสและ iPhone

สุดท้ายกับการทดลองใช้งาน iPhone 6s Smart Battery Case อย่างแรกถ้าตัดเรื่องการออกแบบที่ดูแปลกประหลาดรวมถึงน้ำหนักที่มากออกไปและมาดูเฉพาะฟีเจอร์ที่ให้มา ถามว่าแบตเตอรีเคสที่ให้มาเพียง 1,877 mAh เพียงพอต่อการใช้งานไอโฟนแบบหนักหน่วงตลอดทั้งวันหรือไม่ คำตอบหลังจากทดสอบใช้งานตลอด 3 วันก็คือ “เพียงพอสำหรับการใช้งานออกทริปเที่ยวทั่วไป” เพราะจากเดิมที่ทีมงานเคยทดสอบแบตเตอรี iPhone 6s สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 10-11 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้งานร่วมกับ Smart Battery Case จะได้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นอีก 8-9 ชั่วโมง (ระยะเวลารวมเมื่อเชื่อมต่อ iPhone 6s เข้ากับ Smart Battery Case จะอยู่ที่ 18-20 ชั่วโมง) สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น เปิดแผนที่นำทาง หรือใช้ตรวจจับการออกกำลังกายต่างๆ เป็นต้น

ส่วนขาเกมเมอร์ถ้าใช้ iPhone 6 หรือ 6s ร่วมกับ Smart Battery Case จะช่วยขยายเวลาใช้งานได้มากถึง 6-7 ชั่วโมงเลยทีเดียว

IMG_3582IMG_3586

มาถึงคำถามสำหรับคนที่ชอบใช้ iPhone กับลำโพง Docking หลายคนสงสัยว่าการเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับ Smart Battery Case จะยังสามารถเชื่อมต่อ Docking ที่ใช้อยู่ได้หรือไม่ คำตอบหลังจากทีมงานทดสอบกับ ลำโพง Docking หลากหลายตัว ทำให้ทีมงานเห็นข้อดีของการออกแบบเสียที เพราะการที่แอปเปิลเลือกออกแบบส่วนแบตเตอรีด้านหลังให้เป็นเหมือนหลังเต่าอยู่ตรงกลางรวมถึงการขยับพอร์ต Lightning ด้านล่างเคสให้เยื้องไปข้างหลังจะมีผลเมื่อผู้ใช้นำเคสไปเชื่อมต่อกับ Docking ต่างๆจะสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดเคส ยกเว้น Docking บางรุ่นที่ช่องใส่พอดีกับตัวไอโฟนอาจเกิดปัญหาได้

ส่วนช่องหูฟังที่ถูกเจาะเป็นรูไว้ ส่วนนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่สุดเพราะช่องที่ถูกเจาะมีขนาดเล็กและลึกมาก เวลาเชื่อมต่อสาย 3.5 มิลลิเมตร ถ้าหัวแจ็คมีขนาดใหญ่ เช่นหูฟังจำพวกครอบศรีษะ จะไม่สามารถผ่านช่องนี้ลงไปได้

IMG_3580

สรุปภาพรวม 

การใช้งานจะเน้นเป็นแบตเตอรีเสริมให้ iPhone (เคสและ iPhone เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันตลอด ประหนึ่งเป็นแบตเตอรีก้อนที่สอง จุดประสงค์คือเพื่อขยายเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟน) มากกว่าจะใช้ในลักษณะ Power Bank หรือแบตเตอรีสำรองทั่วไป (แบตฯ iPhone หมดแล้วค่อยเสียบชาร์จไฟ) ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัว 4,300 บาท (มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีขาวและสีเทาชาร์โคล) ถือเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ แต่สิ่งที่ผู้ใช้ iPhone จะได้จาก Smart Battery Case ตัวนี้ก็คือ “การเป็นอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อ iPhone และระบบปฏิบัติการ iOS อย่างแท้จริง การจัดการพลังงานทำได้ฉลาดและปลอดภัย สามารถเชื่อมต่อกันตลอดเวลาได้อย่างไม่มีปัญหา” แม้ความจุแบตเตอรีในเคสจะให้มาน้อย แต่ด้วยความเป็น iOS Device ทำให้การจัดสรรพลังงานภายในทำได้ดีมากทั้งการใช้ชาร์จไฟเข้าและจ่ายไฟให้ไอโฟนทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติไม่ต้องกลัวปัญหา overcharging พร้อมแถบสถานะแจ้งเตือนที่ถูกติดตั้งเข้ามากับระบบปฏิบัติการ iOS 9.1 เป็นต้นไป

แต่ทั้งนี้อย่างที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ ปัญหาสำคัญที่สุดของ iPhone 6s Smart Battery Case ก็คือการออกแบบที่แปลกประหลาด ราคาที่สูงและน้ำหนักตัวเคสเมื่อรวมกับ iPhone แล้วหนักมากประหนึ่งพก iPhone 6s สองเครื่องซ้อนทับกัน ใครสนใจคงต้องลองพิจารณาดูความจำเป็นกันเอง แต่เรื่องประสิทธิภาพและการใช้งาน ส่วนนี้ทีมงานคอนเฟริมว่า “ทำได้ดี ไม่ผิดหวัง ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานแอปเปิลเช่นเดิม”

ข้อดี

– การจัดสรรพลังงานทำได้ฉลาดและเป็นหนึ่งเดียวกับ iPhone 6 และ 6s ทั้งการชาร์จไฟและจ่ายไฟ
– ภายในเคสมีเสาสัญญาณซ่อนอยู่ เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจว่าเคสจะไม่รบกวนการรับสัญญาณโทรศัพท์ใดๆ
– ใช้งานง่าย เพียงเสียบ iPhone ลงเคสเพื่อเชื่อมต่อ ระบบจะปรับเปลี่ยนอัตโนมัติ
– มีแถบสถานะแบตเตอรีของเคสแสดงในส่วนแจ้งเตือน iOS
– เคสป้องกันการตกกระแทกได้ระดับหนึ่ง

ข้อสังเกต

– ออกแบบได้แปลกประหลาด
– น้ำหนักมาก
– ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร เล็กและลึกมาก

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
4.5
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
9
ความสามารถโดยรวม
8
ความคุ้มค่า
7
SHARE