IMG_5089

แม้ LG ประเทศไทยจะตัดสินใจพักการทำตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราชั่วคราว แต่กระแสความร้อนแรงของแฟลกชิป LG G-Series ก็ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จนในที่สุด LG ประเทศไทยต้องจับมือกับ TG Fone นำ LG G5 แต่เป็นรุ่นย่อย SE เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และเริ่มเปิดให้สั่งจองแล้วในงาน Thailand Mobile Expo 2016 Hi-End ที่ผ่านมา

LG G5 SE ถือเป็นแฟลกชิปตัวรองจาก G5 ที่ถูกปรับลดสเปกในส่วนของหน่วยประมวลผลจาก Qualcomm Snapdragon 820 Quad-Core เป็น Snapdragon 652 Octa-Core พร้อมลดขนาดแรมจาก 4GB เหลือ 3GB นอกนั้นสเปกและฟีเจอร์เด่นทุกส่วนจะมีเหมือนกันทั้งหมด

การออกแบบ

IMG_5072

ด้านการออกแบบ LG G5 และ G5 SE จะถูกปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก G4 ที่เน้นความหรูหราด้วยฝาหลังแบบหนัง เป็นแนวเมทัลลิค เน้นความเป็นวัยรุ่นสุดแหวกแนวพร้อมสโลแกนสุดเก๋เอาใจเด็กแนว “Life’s good when you play more”

โดยขนาดตัวเครื่อง LG G5 SE จะอยู่ที่ 149.4×73.9 มิลลิเมตร หนา 7.3 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 156 กรัม (เบากว่าพี่ใหญ่ G5 แค่ 3 กรัม)

ในส่วนหน้าจอแสดงผลเป็น IPS Quantum Display ขนาด 5.3 นิ้ว ความละเอียด 1,440 x 2,560 (2K) พิกเซล

IMG_5104

IMG_5099

กล้องหน้าครั้งนี้ LG จัดความละเอียดมาให้มากถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f2.0 รองรับถ่ายวิดีโอ 1080p ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และถ้าสังเกตให้ดีขอบจอด้านบนจะมีความโค้งเล็กน้อย

IMG_5074

IMG_5087

มาดูด้านหลังเครื่อง หลักๆจะเป็นที่อยู่ของกล้องถ่ายภาพหลัง 2 ตัว ทำงานแยกกันและให้ระยะภาพแตกต่างกันดังนี้

wide-g5se

กล้องตัวแรกจะให้มุมมองกว้างมาตรฐาน (Standard Angle 78 องศา) หรืออธิบายง่ายๆก็คือมุมกว้างปกติเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป โดยสเปกกล้องตัวแรกจะให้ความละเอียดภาพสูงสุด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f1.8

กล้องตัวที่สองจะให้มุมมองกว้างพิเศษ (Wide Angle 135 องศา) โดยสเปกกล้องตัวที่สองจะถูกลดความละเอียดภาพเหลือ 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสงถูกปรับเป็น f2.4

ในส่วนระบบออโต้โฟกัส LG เลือกใช้เทคโนโลยี Laser Autofocus เหมือนรุ่นก่อนหน้าพร้อม Color Spectrum Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับสี), ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS 3 แกน, รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K
และมีไฟแฟลช LED

ถัดลงมาจากเดิมจะเป็น Rear Keys แต่ใน G5 และ G5 SE ทาง LG ได้ตัดออกไปเหลือเพียงปุ่มเปิดปิดเครื่องพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ(ดีไซน์เหมือน Nexus 5X)

IMG_5075

IMG_5126

ขอบเครื่อง – เริ่มจากด้านขวามือจะเป็นที่อยู่ของช่องใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ สำหรับรุ่นที่ทีมงานได้รับมาทดสอบ โมเดล H845 จะรองรับ Dual Nano Sim, Dual Standby โดยช่องใส่ซิม 2 จะแชร์กับช่องใส่ MicroSD Card (รองรับความจุสูงสุด 200GB) ต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่ง

IMG_5077

ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นที่อยู่ของปุ่มเพิ่มลดระดับเสียง และด้านล่างจะเป็นปุ่มเปิดช่องใส่แบตเตอรี

IMG_5113

IMG_5123

โดยการออกแบบลักษณะนี้ทาง LG เรียกว่า “Modular Type” เพราะนอกจากแบตเตอรีที่สามารถถอดเปลี่ยนหรือนำแบตเตอรีสำรองมาเสียบใช้งานได้แล้ว ผู้ใช้ยังหาซื้ออุปกรณ์เสริม (LG Freinds) เช่น โมดูลกล้องถ่ายภาพหรือโมดูล Hi-Fi Plus ที่มาพร้อมชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi 32 bit + AMP เพื่อนักฟังเพลง Lossless มาประกอบกับแบตเตอรีใส่ในช่องนี้ได้

IMG_5078

IMG_5079

ขอบเครื่องด้านบนและล่าง – จะเป็นที่อยู่ของช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, IR Blaster, ช่องไมโครโฟนตัวที่สอง ส่วนด้านล่างตรงกลางจะเป็นพอร์ต USB-C ด้านซ้ายเป็นช่องลำโพง ด้านขวาเป็นไมโครโฟนตัวหลักสำหรับรับเสียงสนทนาโทรศัพท์

IMG_5110

fast-charge-g5se

และสำหรับแฟน LG ที่บ่นเรื่องอะแดปเตอร์ชาร์จไฟของ G4 ว่าชาร์จไฟเข้าช้าเพราะเป็นมาตรฐานเก่า ใน G5 และ  G5 SE ทาง LG ได้ให้อะแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบ Fast Charge 9V 1.8A มาให้เหมือนคู่แข่งแล้ว (รองรับ Quick Charge 3.0)

สเปก

spec-g5se

LG G5 SE ใช้หน่วยประมวลผล (ซีพียู) 64 บิต Qualcomm Snapdragon 652 Octa-Core แบ่งความเร็ว 4 คอร์แรกความเร็ว 1.8GHz ส่วน 4 คอร์หลังความเร็ว 1.2GHz ประกบกราฟฟิกชิป Adreno 510 พร้อมแรม 3GB เหลือให้ใช้จริงประมาณ 1.5-1.8GB ส่วนความจุเครื่อง 32GB เหลือใช้จริงประมาณ 23GB แบตเตอรี 2,800mAh ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 6.0.1 (Marshmallow)

ด้านสเปกเชื่อมต่อเครือข่าย LG G5 SE รองรับการเชื่อมต่อ 3G/4G LTE ทุกเครือข่ายในไทย, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac รองรับ Miracast, GPS รองรับ A-GPS, GLONASS, บลูทูธ 4.2 และมีภาครับสัญญาณวิทยุ FM

location-g5se

นอกจากนั้น LG G5 และ G5 SE ยังรองรับเทคโนโลยี Qualcomm IZat หรือระบบนำทางที่มีความละเอียดสูงกว่า GPS ทั่วไป (เนื่องจากนำ GPS มาทำงานร่วมกับสัญญาณ WiFi และสัญญาณโทรศัพท์) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้นำทางเมื่ออยู่ภายในอาคาร เช่น หาตู้เอทีเอ็ม หาคน หาทางเข้าสนามบิน เป็นต้น – รองรับในอนาคต

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์เด่น

home-g5se

home2-g5se

LG G5 และ G5 SE ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 6.0.1 (Marshmallow) ครอบทับด้วย UX 5.0 รุ่นปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่ให้ทำงานลื่นไหลและบริโภคแรมน้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้ามาก พร้อมปรับดีไซน์โฮมสกรีนให้โฉบเฉี่ยวมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น แอปฯติดมากับเครื่องถูกปรับให้ลดน้อยลงเหลือเฉพาะที่ LG เห็นว่าผู้ใช้จำเป็นต้องใช้ เช่น Facebook, Instagram, Evernote เป็นต้น

others-g5se-1

others-g5se-2

quick-note-g5se

ในส่วนหน้าตา UI และรูปแบบการใช้งานแอปฯของทาง LG ส่วนใหญ่จะคล้ายของเดิม โดยในส่วนแอปฯที่เป็นไฮไลท์ได้แก่ Google Drive โดยผู้ใช้ที่ซื้อเครื่องมาใช้งานครั้งแรกควรล็อกอินเข้าใช้งานก่อน เพราะจะได้พื้นที่คลาวด์ฟรีจำนวน 100GB เป็นเวลา 2 ปี และแอปฯ LG Friends Manager สำหรับใช้จัดการการทำงานของอุปกรณ์ที่มีสัญลักษณ์ LG Friends เช่น กล้อง 360 องศา, โมดูลเสริม, Wireless Stereo Headset หรือแว่น 360 VR เป็นต้น

IMG_5065

Always-On Display – หน้าจอสมาร์ทโฟนสามารถติดตลอดเวลาบนพื้นหลังสีดำ เพื่อแสดงเวลา แจ้งเตือนต่างๆ  รวมถึงยังรองรับระบบ Knock on เหมือนรุ่นที่ผ่านมา พร้อม Daylight mode ช่วยเพิ่มแสงหน้าจอเมื่อใช้งานกลางแดดจัด

lg-health-g5se

LG Health – แอปฯเด่นดังสำหรับคนรักสุขภาพบนสมาร์ทโฟนของ LG ก็ถูกอัปเดตทั้งหน้าตาและฟังก์ชันใช้งานใหม่หมด โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ระบบ Challenges ท้าทายการออกกำลังในแต่ละวันของเรา ระบบ Tracker สำหรับติดตามตรวจจับการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

security-g5se

High Security – นอกจากสแกนลายนิ้วมือแล้ว LG G5 และ G5 SE ยังสามารถเปิดใช้ระบบรักษาความปลอดภัย Knock code (เคาะหน้าจอเป็นจังหวะแทนการตั้งรหัส) ร่วมกับระบบสแกนลายนิ้วมือพร้อมกันได้ด้วย

gallery-g5se

Gallery – นอกจากใช้เป็นศูนย์กลางในการเก็บภาพและวิดีโอได้แล้ว ตัวแอปฯยังรองรับระบบตกแต่งภาพทั้งปรับสี รวมภาพ (Make Collage) ไปถึงสามารถตัดต่อหัวท้ายวิดีโอ ใส่เอ็ฟเฟ็กต์ ธีมต่างๆได้ด้วย

settings-g5se

Settings – จะคล้ายเดิมคือ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Navigation Buttons ได้ตามต้องการ รวมถึงมีระบบเคลียร์แคช-แรม (Smart Cleaning) และสามารถระบุเสียงริงโทนสำหรับซิม 1 และ 2 แยกกันได้

via GIPHY

360 องศา – เพื่อให้สอดคล้องกับยุควิดีโอ 360 องศาและการมาของอุปกรณ์ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ LG 360 Cam ใน LG G5 และ G5 SE จะรองรับการเล่นวิดีโอและภาพถ่ายแบบ 360 องศาอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงสามารถตั้งภาพพื้นหลังแบบ 360 องศาได้ด้วย

ฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพ

camera-g5se

camera2-g5se

มาดู UI กล้องถ่ายภาพ จะยังคงเป็นตามแนวทางเดิม คือ เน้นใช้ง่าย มี Manual Mode ปรับแต่งได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมสิ่งที่เพิ่มเติมมาคือปุ่มไอคอนสลับเปิดใช้เลนส์ทั้งสองตัว โดยปุ่มแรกรูปต้นไม้ต้นเดียวคือใช้ระยะเลนส์ Standard Angle ปุ่มที่สองรูปต้นไม้สามต้นคือใช้ระยะ Wide Angle หรือถ้าสะดวกจะใช้นิ้วจิ้มซูมเข้าออกที่หน้าจอก็สามารถทำได้เช่นกัน

camera-mode-g5se

ในส่วนโหมดถ่ายภาพพิเศษมีดังต่อไปนี้

Panorama – พาโนรามา
Snap video – ถ่ายคลิปวิดีโอขนาดสั้น 60 วินาที
Multi-view – ถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอหลายหน้าต่างในเฟรมเดียวกัน เช่น หน้าต่างแรกใช้กล้องหลังถ่ายวิว หน้าต่างที่สองใช้กล้องหน้าถ่ายเซลฟีตัวเรากำลังอธิบายสถานที่อยู่ เป็นต้น
Popout – เอ็ฟเฟ็กต์ทำให้ภาพถ่ายโดดเด่นขึ้น
Timelapse – ไทม์แลป (เร่งเวลา)
Slomo – สโลโมชัน

selfie-flash-g5se

สุดท้ายกับฟีเจอร์กระแสนิยม Selfie Light เอาใจคนชอบถ่ายเซลฟีด้วยไฟแฟลชสำหรับกล้องหน้า โดยหลักการทำงานคือ ระบบจะเพิ่มแสงสว่างหน้าจอให้สุด และเมื่อกดชัตเตอร์หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลืองยิงไปที่หน้าของเราแบบเดียวกับไฟแฟลช LED

ทดสอบประสิทธิภาพ

antutu-g5se

เริ่มจาก AnTuTu ก่อน จะเห็นว่า LG G5 SE ทำคะแนนได้ 76,509 คะแนน (คะแนนประมาณไฮเอนด์ของปีที่แล้ว) ต่างจาก G5 รุ่นใหญ่ Snapdragon 820 ที่ได้คะแนนแตะระดับ 130,000 คะแนน เรียกได้ว่าต่างกันเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

benchmark-g5se

แน่นอนด้วยคะแนนที่ห่างกันค่อนข้างมาก หลายคนที่กำลังสนใจ G5 และต้องการเครื่องศูนย์ก็คงหนีไม่พ้น G5 SE (เพราะ LG และ TG Fone นำเข้ามาขายเพียงรุ่นย่อยเดียว) ทำให้หลายคนเกิดคำถามในใจว่าสเปกระดับนี้จะคุ้มค่ากับเงินสองหมื่นกว่าบาทที่จ่ายไปหรือไม่

ทีมงานจึงพยายามหาข้อพิสูจน์ด้วยการนำไปใช้งานจริงนานกว่า 2 สัปดาห์ด้วยกัน โดยพยายามตั้งค่าเครื่องและติดตั้งใช้งานแอปฯให้เหมือนกับเป็นเครื่องส่วนตัว และทีมงานก็พบคำตอบว่า

game-g5se

“ภาพรวมทั้งหมดสำหรับการใช้งานปกติทั่วไป (เข้าเว็บ แชทไลน์ ถ่ายภาพ เล่นเกม ตอบอีเมล์) ถือว่า LG G5 SE ให้การตอบสนองที่ลื่นไหลดี และไม่พบอาการช้าหน่วง แรมหมด แอปฯเด้งเลย Snapdragon 652 ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานปกติทั่วไปของคนส่วนใหญ่แล้ว ยกเว้นคุณจะเป็นสายฮาร์ดคอร์ชอบเล่นเกมกราฟิกสูงๆหรือเป็นพวกชอบตกแต่งไฟล์ภาพแบบ RAW ตลอดเวลา แน่นอนว่า G5 SE แค่ตอบสนองช้ากว่า G5 เท่านั้น แต่การใช้งานทุกอย่างสามารถทำได้ไม่ต่างจากรุ่นใหญ่เลย”

battery-g5se

ในส่วนแบตเตอรีสามารถทำเวลาใช้งานต่อเนื่องอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 54 นาที 10 วินาที เมื่อคิดเป็นเวลาใช้งานทั่วไปจะอยู่ประมาณ 13-15 ชั่วโมง นับว่าครั้งนี้ LG จัดการพลังงานได้ดีกว่าครั้งสมัย G4 ค่อนข้างมาก

ทดสอบกล้องถ่ายภาพ

20160519_125624

20160527_112808

ภาพจากกล้องหลังตัวแรก Standard Angle

20160521_150744_HDR

20160519_131206

20160527_075537

ภาพจากกล้องหลังตัวที่สอง Wide Angle

20160530_231153

20160520_124113

ทดสอบถ่ายภาพกลางคืนและแฟร์เมื่อถ่ายย้อนแสง

20160530_170847

ภาพจากกล้องหน้า

มาถึงเรื่องกล้องถ่ายภาพ เริ่มจากกล้องมุมกว้างพิเศษที่กว้างมากจนเหมือน Action Cam ซึ่งถือว่าให้มุมภาพแปลกใหม่ดีและน่าจะโดนใจคนชอบถ่ายวิวทิวทัศน์พอสมควร แต่ทั้งนี้เรื่องคุณภาพยังถือว่าพอใช้เท่านั้น เพราะด้วยมุมมองที่กว้างและการออกแบบชิ้นเลนส์ที่ถูกจำกัดด้วยขนาดตัวสมาร์ทโฟน ทำให้ขอบภาพจะเกิดความโค้งที่มากกว่าปกติค่อนข้างมาก แถม LG ก็ไม่ใส่ซอฟต์แวร์จัดการความโค้งสุดแสนบิดเบี้ยวมาให้เหมือนพวก Action Cam ด้วย

ส่วนกล้องมุมมองกว้างปกติ อันนี้ไม่ต่างจาก LG G4 แต่อย่างใด ยกเว้นโค้ดหน้าเลนส์ เหมือนใน G5 และ G5 SE จะโค้ดดีขึ้น เพราะเวลาทดสอบถ่ายย้อนแสงแฟร์ที่เกิดขึ้นมีน้อยกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าประทับใจเมื่อเทียบกับไฮเอนด์คู่แข่งหลายเจ้าในปีนี้

สุดท้ายสรุปภาพรวมทั้งหมด ถือว่ากล้องหลังของ LG G5 และ G5 SE น่าจะสร้างมุมมองถ่ายภาพที่แปลกใหม่บนสมาร์ทโฟนได้อย่างดี แต่เรื่องคุณภาพ ส่วนนี้ LG ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะโทนสี Noise เมื่อถ่ายในที่แสงน้อยที่ทำได้ไม่ดีเลย (RAW ใน Manual Mode ก็เหมือนจะหายไป – มีใครหาคำตอบให้ได้บ้างว่าหายไปไหน?)

ส่วนการถ่ายวิดีโอ ครั้งนี้ LG แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวเมื่อตอน G4 ไปจนหมดสิ้นแล้ว ก็ถือว่าให้คุณภาพกลางๆ ไฟล์วิดีโอมีอาการภาพแตกและกระตุกให้เห็นบ้าง ถ้ามีการเคลื่อนไหวกล้องเร็วๆ แต่ก็ยังมีข้อเด่นในเรื่องสามารถเปิดใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษถ่ายวิดีโอได้ ทำให้ได้อารมณ์เหมือนเรามี Action Cam โทรศัพท์ได้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

สรุป

IMG_5080

ราคาเปิดตัว LG G5 SE ความจุ 32GB อยู่ที่ 21,900 บาท (มีจำหน่าย 3 สี ได้แก่ ชมพู ทอง และดำเทา) สามารถสั่งจองและซื้อวันนี้ได้ที่หน้าร้าน TG Fone ทุกสาขา หรือผ่านแอปพลิเคชัน TeeGee Mobile โดยลูกค้า 100 ท่านแรกจะได้รับฟรี LG G Tablet มูลค่า 6,990 บาท จำนวน 1 เครื่อง ฟิล์มกันรอยพร้อมรับประกันหน้าจอแตก คุ้มครองสูงสุด 5,000 บาท Google Drive 100GB นาน 2 ปี มูลค่า 1,800 บาท รวมมูลค่าของสมนาคุณกว่า 13,790 บาท

สำหรับ LG G5 และ G5 SE ครั้งนี้ยอมรับอย่างหนึ่งว่า LG พยายามจับกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก จึงทำให้แนวทางการพัฒนา G5 และ G5 SE จะไปเน้นที่ความแปลกใหม่ ตั้งแต่เรื่องกล้องมุมกว้างที่เอาใจคนชอบใช้ Action Cam ถ่ายภาพ หรือแม้แต่การรองรับกับอุปกรณ์ LG Friends ทั้งแบบ Modular Type และอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ที่ออกแบบมาเน้นผู้ใช้ที่ชอบสีสันแห่งความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครมากกว่าเน้นความไฮโซ หรูหราแบบรุ่นก่อนหน้า

ทำให้หลายๆฟังก์ชันและฮาร์ดแวร์หลายตัว เช่น กล้องถ่ายภาพ นั้นจะไม่มีสิ่งใดน่าตื่นเต้นนอกจากเลนส์มุมกว้างพิเศษ หรือแม้แต่วัสดุฝาหลังเป็นหนังก็ถูกแทนที่ด้วยแนวเมทัลลิค ดีไซน์ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้วัยรุ่นมากขึ้น เป็นต้น

ส่วนเรื่องประสิทธิภาพความแตกต่างระหว่าง G5 SE และ G5 ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคา G5 SE ก็ให้ประสิทธิภาพการใช้งานจริงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า G5 แต่อย่างใด แถมยังมาพร้อมประกันศูนย์อีกด้วย ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมกันเองครับ

อัปเดตราคาใหม่ : LG G5 SE ปรับราคาลงเหลือ 18,900 บาท

ข้อดี

– Modular Type ออกแบบมาได้น่าสนใจ
– IR Blaster อินฟาเรดใช้เป็น Universal Remote ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้
– G5 SE แม้จะเป็นรุ่นลดสเปกแต่การใช้งานจริงแทบไม่แตกต่างจาก G5 รุ่นใหญ่
– แบตเตอรีสามารถถอดเปลี่ยนได้ (เป็นเอกลักษณ์สำคัญของ LG)
– UX 5.0 ปรับปรุงมาได้ลื่นไหลกว่าเดิมมาก กินแรมน้อยลงด้วย
– จัดสรรพลังงานได้ดีขึ้น
– สแกนลายนิ้วมือทำได้แม่นยำ รวดเร็ว แต่สัมผัสเบาๆไม่ต้องกดก็สามารถอ่านลายนิ้วมือและปลดล็อกหน้าจอได้แล้ว

ข้อสังเกต

– กล้องหลังสเปกเดิม ต่างแค่ G5 มีเลนส์มุมกว้างพิเศษเท่านั้น
– เลนส์มุมกว้างพิเศษให้ขอบภาพโค้งบิดเบี้ยวค่อนข้างมาก และไม่มีซอฟต์แวร์แก้ไขติดตั้งมาให้ด้วย

** LG G5 และ G5 SE ใช้พอร์ต USB-C สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลและชาร์จไฟ

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
8.5
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
8
ความสามารถโดยรวม
9
ความคุ้มค่า
8
SHARE